เข้าไปตอบใน pantip มา
ก็เลยมา post ในนี้ต่อ เผื่อว่าใครหาข้อมูลเรื่องเรียนโทที่ Daniels, University of Denver หลักสูตร MS / MBA จะได้มีอ้างอิง
————————————————————————–
ที่ university of Denver มาเริ่มดังหลังปี 1984 ค่ะ
ตอนนั้นโรงเรียนตกอับมาก รายได้ไม่พอรายจ่าย (ช่วงนั้นโรงเรียนเอกชนดังๆหลายโรงเรียนก็มีปัญหา)แต่ได้ Bill Daniels
(เจ้าของธุรกิจที่รวยมาก ) และ Dan Richie มาช่วยให้โรงเรียนยืมเงิน 5 ล้านเหรียญ
โชคดีมีอาจารย์ร่วมมือกันออกแบบหลักสูตร MBA/MS ใหม่ ที่ unique มาก(ยังไงนั้น อ่านต่อด้านล่าง) เน้น class ขนาดเล็ก ไม่เน้น PhD (โรงเรียนไม่ทำหลักสูตรปริญญาเอกและไม่แคร์ด้วย ถึงแม้จะมีผลต่อ ranking เพราะต้องการเน้นสร้างนักธุรกิจ)และมีการรับสมัครคัดเลือก professor ที่แหวกแนวมากสอน หลังจากนั้น เด็กจบไปมีงานทำทั้งรุ่น บริษัทต่างๆมาขอดึงตัวนักเรียน และส่งพนักงานมาเรียน เลยทำให้มีนักเรียนเก่งๆ มาเรียนเยอะขึ้น หลังจากนั้น 4 ปี บัญชีของโรงเรียนก็กลับมาเป็นบวกอีกครั้งหนึ่ง ก็เลยทยอยคืนเงินให้ Bill ไปได้ จากนั้นโรงเรียนเลยเปลี่ยนชื่อเป็น Daniels College of Business แล้ว Bill บอกว่าให้เอาที่มาคืนนั้นไปสร้างตึกเรียนใหม่ให้ทันสมัย ตึกเสร็จเมื่อปี 1999 และ Fitness DU - Richie ก็เสร็จปีเดียวกัน
หลังจากนั้น Rank ของโรงเรียนก็เลยสูงขึ้น เรื่อยๆนับจากนั้นมา : ตัวอย่าง rank ปัจจุบัน
Financial Times
No. 90 internationally – rank ทั่วโลก
BusinessWeek
•No. 6 nationally (2007)
•No. 1 regionally (2007)
The Wall Street Journal
•Students with Strong Ethical Standards – No. 7 (2007)
•Overall among North American regional schools – No. 20 (2007)
U.S. News
•#74 (tied) among Best Undergraduate Business Programs
ยกตัวอย่างหลักสูตร MBA/MS ใหม่ ที่ว่า unique
จะมี class เพื่อเน้นสิ่งที่ผู้บริหารทุกคนจะต้องไปเผชิญ (ที่โรงเรียนจะมีหลักสูตร แปลกๆ เช่น Global Enterprise Challenge(เมื่อก่อนเรียกCapstone) – เป็น project ก่อนจบจะเน้นเรื่องราวที่ตอนนี้ธุรกิจกำลังเผชิญ เช่น กรณีMadoff, sustainability, green eneger, Fair trade หลายๆ class จะเป็น games ที่อาจารย์เป็นทีมไปหามา บางครั้งก็ไปเชิญนักธุรกิจมาพูด – เดือนที่แล้วมี Dick Kelly CEO ของ Xcel Energy มาร่วมกิจกรรม ปีก่อนๆมี Jim Lentz ของ Toyota หรือ แม้แต่ Jack Welch ก็มาร่วมสอน
หลายๆ class จะเน้นสอนแบบ creative ๆ เช่น ให้แข่งกันทำไข่ให้แตก เพื่อสอนเรื่อง Conflict management หรือ เล่น police จับขโมย(แบบฝรั่ง) เพื่อสอนเรื่อง persuation
อีกตัวหนึ่งที่รู้สึกประทับใจคือวิชา Leading at the Edge – เป็นวิชาที่ทุกคนต้องลงในเทอมแรก ที่ทำให้เรารู้จักตัวเองในฐานะผู้นำ และต้องไปเข้าข่ายที่Colorado Spring 3 วัน ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ตอนแรกคิดว่าจะน่าเบื่อ แต่พอกลับมารู้ตัวอีกที คือได้ประสบการณ์ดีๆกลับมาเยอะพอสมควร
สำหรับค่าเรียน
โดยส่วนตัวคิดว่าค่าเรียนแพงจริง แต่เพื่อแลกมากับ Class เล็กๆ เข้าถึงอาจารย์ง่าย เพื่อนๆสนิทกัน เพื่อนๆไม่งก(เจอเพื่อนงกมากก็น่าเบื่อนะว่าไหม มีเพื่อน Smart ๆ ดีกว่าเยอะ) และ สิ่งอำนวยความสะดวก และสวัสดิการ ที่โรงเรียนให้ ถึงตั้งใจเลือกสมัคร private school
เพราะเราเองก็เป็นเด็กต่างชาติอยู่แล้วค่าเรียนเราก็ต้องจ่ายแพงกว่าเด็กอเมริกันอยู่แล้ว
ยกตัวอย่าง Colorado University นั้น เป็นโรงเรียนรัฐบาลก็จริงค่ะ แต่รัฐสนับสนุนแค่ 20% และต้อง Follow state jurisdiction เพราะฉะนั้น โรงเรียนก็ต้องหาเงินอยู่ดีค่ะ จริงไหม (อันนี้ฟังมาจากอาจารย์ที่ CU)
ขอแนะนำให้สมัครทำงานในโรงเรียนเป็นผู้ช่วยสอนหรือช่วยวิจัยค่ะ จะช่วยลดค่าเรียนไปได้เยอะมากค่ะ